30th
กรกฎาคม
2007
ใครที่กำลังเป็นสิวอยู่ วันนี้เกร็ดความรู้มีวิธีรักษาสิวแบบประหยัดมาฝากกัน..
1. ต้องถ่ายน้ำเหลืองออกจากตัวเสียบ้าง ด้วยการไปซื้อ “ดีเกลือฝรั่ง” มารับประทาน ราคาก็ไม่แพงมากนัก
2. ควรลดอาหารประเภทมีไขมันสูงและเผ็ดจัด ควรหลีกเลี่ยงไปสักระยะหนึ่งก่อน เพราะไขมันเหล่านี้จะทำให้รูขุมขนอุดตัน ส่วนความเผ็ดจะเร่งให้สิวเกิดมากขึ้น
3. ใช้ปลายนิ้วถูตามใบหน้าแรง ๆ เพื่อให้กากไขมันหลุด แต่ไม่ต้องแรงมากจนเป็นผื่นแดงหรอกนะ
4. ทุกครั้งที่หน้าเปียกให้เช็ดหน้าให้แห้งทันที
5. ต้องงดใช้เครื่องเพิ่มความสวยทุกชนิดสักระยะ แม้แต่แป้งก็ห้ามใช้ ทั้งนี้เพื่อรักษาใบหน้าให้สะอาด แห้ง และจะได้ไม่มีอะไรมาอุดตันรูขุมขน
ถ้าเป็นสิวครั้งต่อไป ก็อย่าลืมนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
posted in สุขภาพความงาม |
28th
กรกฎาคม
2007
อีกหนึ่งหนังดังจากแดนกิมจิเรื่อง 200 Pound Beauty “ฮันนะซัง…สวยสั่งได้” ค่ายหนัง M Picture เตรียมนำส่งลงจอฉายในบ้านเราเสียทีในวันที่ 16 ส.ค. โดยเป็นหนังแนวโรแมนติก-คอเมดี้ ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือการ์ตูนชื่อดัง “คันนซัง คนจะสวยช่วยไม่ได้” นำแสดงโดยสาว “คิม อา-จุง” ที่เพิ่งคว้ารางวัล Daejong Awards หรือ Grand Bell Awards ครั้งที่ 44 ประจำปีนี้ ในสาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่องนี้มาครองแบบสด ๆ ร้อน ๆ
posted in ดนตรี / ภาพยนตร์ |
27th
กรกฎาคม
2007
“ลิขิตรัก ขัดใจแม่” มีพระเอกหน้าใหม่ที่คุ้นตาคือ “ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ” หรือที่รู้จักกันดีในนาม “อ๊อฟ AF2″ มารับบทเป็น “ต้นกล้า” เด็กหนุ่มผู้ขัดใจแม่ที่เลือกมาเรียนคณะวิศวะฯ ในรั้ว ม.ขอนแก่น เด็กหนุ่มต้องใช้ชีวิตใหม่ในหอพักชีวิตที่ต้องห่างแม่เป็นครั้งแรก และได้พบกับเพื่อนใหม่ไปพร้อม ๆ กับเรื่องราวความรักในรั้วมหาวิทยาลัย ที่เด็กหนุ่มต้องเลือกทางระหว่างสาวคณะเกษตรฯ กับสาวสวยดาวคณะมนุษยศาสตร์
posted in ดนตรี / ภาพยนตร์ |
27th
กรกฎาคม
2007
ฟุตบอลนัดกระชับมิตร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่ประเทศสก็อตแลนด์ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่จากลา ลีกา สเปน ยกพลไปเยือน ดันดี ยูไนเต็ด ทีมดังเจ้าถิ่น ปรากฏว่า บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายบุกมาเฉือนชนะไป 1-0 โดย เธียร์รี่ อองรี ศูนย์หน้าคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก อาร์เซนอล ประเดิมลงสนามให้บาร์ซ่าเป็นนัดแรก ก็สามารถยิงประตูแรกได้ทันทีจากการเข้ายิงซ้ำจังหวะสองหลังยิงจุดโทษไปติดเซฟของนายทวารเจ้าถิ่น ในนาทีที่ 90
ด้าน “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ทีมจากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เปิดสนามเซนต์ เจมส์ ปาร์ค ลับแข้งกับ “ม้าลายขาวเขียว” กลาสโกว์ เซลติก ทีมแชมป์สก็อตติชพรีเมียร์ ปรากฏว่า นิวคาสเซิล ถล่มไป 4-1 โดยได้ประตูจาก โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ นาทีที่ 11, อัลเบิร์ต ลูเก ยิงสองประตูในนาทีที่ 29 และ 42, เจมส์ มิลเนอร์ นาทีที่ 60 ส่วน เซลติก ได้ประตูตีไข่แตกจาก สก็อตต บราวน์ นาทีที่ 72
posted in กีฬา |
27th
กรกฎาคม
2007
“ผลวิจัยกะเทยไทยถูกสังคมละเลยสิทธิ” …เป็นพาดหัวข่าวเล็ก ๆ ในหน้าการศึกษา ในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ เมื่อวันก่อน ซึ่งสำหรับคน “เพศที่สาม” โดยเฉพาะ “ชายใจหญิง” หรือ “กะเทย” เชื่อว่าคงสะดุดตา-สะกิดใจ ?!?
“กะเทยไทยถูกสังคมละเลยสิทธิ” …ประเด็นนี้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ในช่วงที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังถูกเสนอให้คนไทยลงประชามติใน วันที่ 19 ส.ค. 2550 โดยก็มีเนื้อหาเรื่อง “ความเสมอภาค” คล้ายกับฉบับก่อน ๆ คือ “บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน” และก็เช่นเดียวกับรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ คือยังไม่ถึงขั้นมีการลงรายละเอียดถึงเพศที่สาม
ทั้งนี้ ว่ากันเฉพาะเพศที่สามในส่วนของ “กะเทย” จากการเผย ผลวิจัยเรื่อง “การลวนลามทางเพศกะเทย : นัยสำคัญภายใต้วาทกรรมรักต่างเพศ” โดย ดร.กิตติกร สันคติประภา อาจารย์บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ก็น่าสนใจ กล่าวคือ… “กะเทยไทยถูกทำให้ต่ำต้อยกว่าผู้คน ในกลุ่มรักต่างเพศ มีการดูหมิ่นศักดิ์ศรีกะเทยผ่านทางความรู้ ทางศาสนา สถาบันการศึกษา สถาบันครอบครัว สถาบันทางกฎหมาย สถาบันการแพทย์และจิตวิทยา” …เรื่องนี้กะเทยไทยคงขานรับกันอึงมี่ !?!
ซึ่งที่ผ่านมากะเทยไทยก็ร้องหา “สิทธิ” มาตลอด
แม้ว่ากลุ่มคนที่เป็นกะเทยเองก็ยอมรับว่ามีกะเทยบางส่วนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะผ่านสื่อต่าง ๆ หรือในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม ก็มีการยกเหตุผลกล่าวอ้างว่าก็เหมือนกับชาย-หญิงปกติทั่วไป ที่ย่อมมีทั้งเรื่องดี-ไม่ดีปะปนกันไปในชีวิต ดังนั้น สังคมไทยจึงควรให้สิทธิและโอกาสกะเทยอย่างเสมอภาค
“สังคมไทยจะให้ความสำคัญเรื่องการถูกลวนลามทางเพศของผู้หญิงและผู้ชายว่าถูกข่มเหง แต่ถ้ากะเทยถูกลวนลามกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา จนทำให้เราละเลยสิทธิความเป็นมนุษย์ของกะเทยในอันที่จะดำรงอยู่ในโลกอย่างมีความสุขร่วมกัน และมีศักดิ์ศรีไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะในเรื่องเพศ จนกะเทยกลายเป็นเพียงผู้บำบัดความใคร่ให้ผู้ชาย” …เป็นตัวอย่างหนึ่งที่ ดร.กิตติกรชี้ให้เห็นชัด ๆ อันเนื่องจากงานวิจัยเรื่องการลวนลามทางเพศกะเทยฯ ที่ใครจะเห็นแย้งก็คงสุดแท้แต่
แต่หากจะโฟกัสกันที่กรณีทางเพศ ต่อไปใครคิดจะกระทำกับกะเทยโดยผู้ถูกกระทำมิได้ยินยอมพร้อมใจคงต้องคิดหนัก เพราะข้อกฎหมายเกี่ยวกับการ “ข่มขืน” ถูกแก้ไขให้มีความหมายครอบคลุมขึ้น โดยในมาตรา 276 แห่งประมวลกฎหมายอาญา มีการเปลี่ยนแปลงถ้อยคำเดิมที่ระบุว่า “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาตน” เป็น “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น” ซึ่งในที่นี้ก็มีนัยหมายรวมถึง “เพศที่สาม” ด้วย
ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นสามีข่มขืนภริยา ภริยาข่มขืนสามี ชายข่มขืนหญิง หญิงข่มขืนชาย หญิงข่มขืนหญิง รวมถึง “ชายข่มขืนชาย” ไม่ว่าจะเป็นชายใจหญิง-ใจไม่หญิง จะแบบไหนก็ “ไม่ได้ !!”
อย่างไรก็ตาม ประเด็น “สิทธิกะเทย” นั้น ที่ผ่านมาดูเหมือนว่าเรื่องถูกลวนลามทางเพศนั้นทางกลุ่มกะเทยเองก็มิได้ออกมาเรียกร้องอะไรมากนัก ไม่เหมือนกับสิทธิด้านอื่น ๆ ด้านการได้รับ “การยอมรับ”
ยกตัวอย่างที่ ฟิล์ม-ธัญญรัศม์ จิราภัทร์ภากร หรือ นายดิสนัย จิตประภาจิณ มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2007 วัย 20 ปี เคยเรียกร้องผ่านสื่อ โดยบอกว่า… กะเทย หรือ “สาวประเภทสอง” มักถูกบางคนตราหน้าว่า “เป็นคนบาป เป็นตัวแพร่โรคติดต่อ เป็นตัวตลก เป็นส่วนเกินของสังคม” หรืออาจทำให้เด็กรุ่นหลัง ๆ เกิดพฤติกรรมลอกเลียนแบบ แต่อยากให้สังคมเปิดใจยอมรับคนที่เป็นอย่างนี้บ้าง
“หากสังคมเปิดโอกาส พวกเราก็สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ทุกอาชีพ เพราะสาวประเภทสองก็มีความรู้ความสามารถในด้านต่าง ๆ เช่นเดียวกับผู้ชายและผู้หญิง อยากให้สังคมมอบโอกาสต่าง ๆ ให้พวกเรา ไม่ว่าจะทางหน้าที่การงาน การใช้ชีวิตประจำวัน รวมไปถึงให้มีสิทธิเท่าเทียมกัน” …น้องฟิล์มหรือนายดิสนัยระบุ
“ไม่อยากให้ประณามว่าพวกเราเป็นคนทำให้สังคมเกิดการลอกเลียนแบบ จนทำให้เยาวชนประพฤติในสิ่งที่ผิด หรืออย่างเรื่องเอดส์ก็ไม่ใช่ว่าเพราะพวกรักร่วมเพศเท่านั้น จะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถติดเอดส์-แพร่เอดส์ได้” …ส่วนนี่เป็นการสะท้อนความอัดอั้นของ เบล-ภารวี ฉัตรพกรณ์ หรือชื่อนามสกุลจริง นายฉัตรพกรณ์ โชติเอี่ยม วัย 18 ปี รองอันดับ 1 เวทีมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2007
หรือที่รองอันดับ 2 เวทีเดียวกันอย่าง ออย-พิมพ์ชนก หงษ์โสภา หรือ นายสัตยากรณ์ หงษ์โสภา วัย 20 ปี ที่เคยเตือนคนอื่นผ่านสื่อไว้ว่า… “อยากจะให้น้อง ๆ หรือเพื่อน ๆ คนที่กำลังคิดจะเปลี่ยนตัวเอง (เป็นกะเทยอย่างเปิดเผย) คิดให้ดี และหากตัดสินใจแล้วก็ต้องยอมรับ ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นว่าจะต้องเป็นอย่างไร ต้องเผชิญกับอะไร” …นี่ก็สะท้อนว่า “การใช้ชีวิตของคนเป็นกะเทยไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ สำหรับสังคมไทย”
“หากเรายอมรับความหลากหลายทางเพศให้มากขึ้น โดยการยอมรับความแตกต่าง สังคมจะบังเกิดความสุขในการอยู่ร่วมกัน” …ดร.กิตติกร ซึ่งทำวิจัยเกี่ยวกับกะเทยไทย ระบุไว้ให้สังคมไทยลองขบคิด
ทั้งหมดทั้งมวลมิได้หมายถึงส่งเสริมให้คนเป็นเพศที่สาม
แต่สิทธิของคนกลุ่มนี้ “สิทธิกะเทย” ก็วิพากษ์กันดังขึ้น
เป็น “ตั๊ดสู้ฟุด” เวอร์ชั่นจริงที่สังคมไทยขำไม่ออก !!!!..
posted in ศิลปะ/วัฒนธรรม |